www.vios-club.com

 



ขั้นตอนการทำงานของเครื่องยนต์ เบนซิน

ข้อมูลด้านเทคนิครวมถึงการบำรุงรักษารถ วิธีการปรับแต่งรถ วิธีการซ่อมบำรุงเบื้องต้น
Re: ขั้นตอนการทำงานของเครื่องยนต์ เบนซิน

Postby spaceindy » Tue Jun 08, 2010 7:11 pm

ต้องศึกษาไว้
spaceindy Offline


User avatar
สมาชิกฯเต็มขั้น
สมาชิกฯเต็มขั้น
 
Posts: 588
Joined: Sun Sep 20, 2009 11:28 am
Location: MB.Zone


Postby jaturatep » Tue Sep 07, 2010 6:05 pm

เข้าไม่ได้ครับ
jaturatep Offline


User avatar
นักโพสไฟแรง # 5
นักโพสไฟแรง # 5
 
Posts: 2822
Joined: Mon Apr 19, 2010 2:55 am
Location: KHON - WAN ZONE CLUB


Postby Unknow » Mon Sep 27, 2010 9:52 pm

ดูม่ะได้
Unknow Offline


User avatar
นักโพสไฟแรง#1
นักโพสไฟแรง#1
 
Posts: 771
Joined: Tue Aug 12, 2008 7:50 pm


Postby Me-lo-dy » Mon Oct 11, 2010 8:54 pm

ดูไม่ได้เช่นกัน
Me-lo-dy Offline


User avatar
นักโพสไฟแรง # 5
นักโพสไฟแรง # 5
 
Posts: 2617
Joined: Sun Sep 23, 2007 8:47 am


Postby topstarclub » Mon Oct 25, 2010 2:52 pm

มีแหล่งความรุ้ดี ๆ แบบนี้ ดีจัง จะเข้ามาหาอ่านเรื่อย ๆ นะครับ
topstarclub Offline

สมาชิกฯ ขั้นที่ 1
สมาชิกฯ ขั้นที่ 1
 
Posts: 0
Joined: Mon Oct 25, 2010 2:48 pm


Postby topstarclub » Thu Oct 28, 2010 10:28 pm

ว้าวววววววววว สาวก Vios คับ
topstarclub Offline

สมาชิกฯ ขั้นที่ 1
สมาชิกฯ ขั้นที่ 1
 
Posts: 0
Joined: Mon Oct 25, 2010 2:48 pm


Postby topstarclub » Thu Oct 28, 2010 10:29 pm

อิอิ
topstarclub Offline

สมาชิกฯ ขั้นที่ 1
สมาชิกฯ ขั้นที่ 1
 
Posts: 0
Joined: Mon Oct 25, 2010 2:48 pm


Postby topstarclub » Thu Oct 28, 2010 10:30 pm

[quote="topstarclub"]อิอิ[/quote]
มีการวางฮวงจุ้ยเรื่องน้ำและไฟ อย่างเคร่งครัดใน [url=http://www.topstarclub.com]casino[/url] เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับ [b]casino[/b] แห่งนั้น
topstarclub Offline

สมาชิกฯ ขั้นที่ 1
สมาชิกฯ ขั้นที่ 1
 
Posts: 0
Joined: Mon Oct 25, 2010 2:48 pm


Postby bus857 » Wed Jun 15, 2011 12:26 pm

VVT-I : VARIABLE VALVE TIMING-INTELLIGENCE

หนึ่ง ในระบบแปรผันการเปิด-ปิดวาล์วเพื่อให้เกิดกำลังสูงอย่างต่อเนื่องในช่วงกว ้าง และมีการตอบสนองดีทุกความเร็วรอบของเครื่องยนต์เครื่องยนต์ 4 จังหวะที่ใช้กันทั่วไป มีการทำงานแบ่งเป็น 4 จังหวะ ดูด-อัด-ระเบิด-คาย โดยการหายใจเข้าในจังหวะดูดและการหายใจออกในจังหวะคายของเครื่องยนต์ ทำโดยผ่านตัววาล์วไอดีและไอเสีย ซึ่งมีการควบคุมการเปิด-เปิดด้วยลูกเบี้ยวบนแคมชาฟต์ (เพลาราวลิ้น) ทำหน้าที่กำหนดให้มีช่วงระยะเวลา ความนาน และระยะยกของการเปิดวาล์วตามที่ออกแบบไว้

รอบการหมุนของเครื่องยนต์ที่ เป็นช่วงกว้างตั้งแต่รอบเดินเบาเกือบ 1,000 รอบต่อนาที สูงขึ้นไปจนถึงจรดแถบแดงแถวๆ 6,000-7,000 รอบต่อนาที แท้จริงแล้วในแต่ละรอบย่อมต้องการให้หายใจด้วยการเปิดวาล์วที่เ ริ่มเปิด ความนาน และระยะยกไม่เท่ากัน แต่ในเมื่อต้องใช้ลูกเบี้ยวบนตัวแคมชาฟต์เป็นตัวกด ในเครื่องยนต์ทั่วไปจึงมีรอบเครื่องยนต์อยู่ช่วงเดียวเป็นช่วงแคบๆ ที่เครื่องยนต์จะทำงานได้ดีที่สุด มีกำลังตอบสนองดีและใช้เชื้อเพลิงได้คุ้มค่า แต่ในช่วงรอบเครื่องยนต์ต่ำกว่าหรือสูงกว่าช่วงนั้น ความสมบูรณ์จะลดลงไป ไม่ใช่เครื่องยนต์จะดับหรือทำงานไม่ได้ แต่ทำได้ไม่ดีเท่ากับช่วงที่วาล์วซึ่งเปิดโดยแคมชาฟต์ ทำให้เครื่องยนต์หายใจได้เหมาะสมที่สุด

ลองนึกเปรียบเทียบง่ายๆ กับคนใน 3 ลักษณะ คือ 1.นั่งเฉยๆ 2.วิ่งเหยาะๆ 3.วิ่งเร็ว ถ้ามีการหายใจด้วยความถี่หรือความแรงเท่าเดิมตลอด ก็ต้องมีแค่ช่วงหนึ่งเท่านั้นที่หายใจพอดีกับการใช้แรงใน 3 ลักษณะนั้น หากหายใจถี่หรือนาน แต่นั่งอยู่เฉยๆ ก็ไม่พอดี เพราะไม่ได้ออกแรง แต่ถ้าวิ่งเร็วๆ แล้วหายใจช้าหรือนิดเดียวคล้ายกับตอนที่นั่งเฉยๆ ก็ไม่มีแรงวิ่ง เพราะหายใจไม่ทันได้อากาศไม่พอกับกำลังงานที่ต้องใช้ ในเมื่อคนยังจำเป็นต้องแปรผันการหายใจให้เหมาะกับการ ออกแรงในขณะนั้น เครื่องยนต์มี่มีรอบการทำงานตั้งแต่เกือบ 1,000 รอบต่อนาทีไปจนถึงแถวๆ 6,000-7,000 รอบต่อนาที ถ้าจะให้ได้ความสมบูรณ์ในการหายใจเพื่อให้ได้ผลออกมา ที่ดี ก็จำเป็นต้องมีการแปรผันการหายใจ (หรือการเปิดวาล์วนั่นเอง)ให้เหมาะสมกับรอบของเครื่องยนต์ในแต่ละช่วงการทำงาน

ในรอบต่ำไม่ต้องผลิตกำลังมาก ก็หายใจแบบหนึ่ง รอบปานกลางหรือเร่งฉับพลันต้องการกำลังมาก ก็หายใจแบบหนึ่ง และรอบจัดก็หายใจอีกแบบหนึ่ง วิศวกรเครื่องยนต์ทั่วโลกทราบดีว่า ถ้าเป็นเครื่องยนต์ธรรมดาก็จำเป็นต้องทำใจเลือกแคมชาฟต์ที่มีลูกเบี้ยวเปิดวาล์วที่เหมาะสมในช่วงรอบใดรอบหนึ่ง เช่น จะทำเครื่องยนต์รอบจัดหรือรถแข่งก็เลือกแคมชาฟต์แบบหนึ่ง หากจะทำเครื่องยนต์รอบต่ำใช้งานทั่วไปขับคลานๆ ก็เลือกแคมชาฟต์แบบหนึ่ง ต้องยอมได้อย่างเสียอย่างๆ หลีกเลี่ยงไม่ได้

จึงเห็นว่าเครื่องยนต์ทั่วไปจะมีบุคลิกตายตัว คือ เครื่องยนต์ในรถยนต์ที่ใช้งานทั่วไป ขับรอบต่ำถึงปานกลางจะได้กำลังดี แต่เมื่อต้องการเน้นสมรรถนะโดยเร่งรอบเครื่องยนต์สูง ๆ ก็จะไม่แรงสะใจ หรือเครื่องยนต์ในรถสปอร์ตพันธ์แท้แรงจัดในรอบสูง แต่พอขับคลานๆ ในรอบต่ำก็ไม่ค่อยมีแรง เมื่อเร่งรอบเครื่องยนต์ก็มีอาการรอบรอบตอบสนองช้า จนกว่าจะไต่ไปอยู่รอบสูงและก็ต้องเลี้ยงรอบไว้อย่างนั้น ตกมารอบต่ำเมื่อไรเรี่ยวแรงก็ถดถอย ตามที่เห็นในกราฟแสดงแรงม้าแรงบิดของเครื่องยนต์ทั่วไป มักจะเป็นเปลายที่มีทรงคล้ายภูเขา คือ ไต่ขึ้นไปเป็นยอดเขาแล้วมียอดแหลมนิดเดียวก็วูบลงมาอีกด้าน ไม่ใช่ยอดเขาหัวตัดที่มีกำลังสูงในช่วงรอบกว้าง

วิศวกรเครื่องยนต์มีความฝันก็คือ จะทำอย่างไรให้เครื่องยนต์มีกำลังสูงในช่วงรอบกว้างก ว่าที่คุ้น เคยกัน กราฟแรงม้าแรงบิดเป็นภูเขาหัวตัด มีแรงดีในช่วงรอบกว้างๆ เหมือนมีแคมชาฟต์หลายแท่งสลับกันทำงานในแต่ละรอบเครื่องยนต์ เปลี่ยนแท่งแคมชาฟต์ได้อย่างฉับไว ความเป็นจริงไม่มีทางเลยที่จะสลับหลายแท่งแคมชาฟต์ใน แต่ละรอบเครื่องยนต์ได้ เพราะรอบเครื่องยนต์หมุนเร็วหลายพันรอบต่อนาทีและเปลี่ยนแปลงเร็วมากขึ้นลงหลายพันรอบในช่วงไม่กี่วินาที

คำตอบ คือ ต้องทำให้เครื่องยนต์มีการแปรผันการหายใจโดยเฉพาะการ หายใจเข้าผ่านวาล์วไอดี ให้เปลี่ยนแปลงในแต่ละรอบเครื่องยนต์ได้คล้ายคนที่นั่งเฉยๆ ก็หายใจธรรมดา แต่พอวิ่งเหยาะๆ ก็หายใจถี่ขึ้น และเปลี่ยนไปหายใจทั้งถี่ทั้งแรงเมื่อวิ่งเร็วๆ การแปรผันการเปิดวาล์วมีหนึ่งในวิธีที่สามารถทำได้แล ะเห็นผล ชัดเจนต้องทำที่แคมชาฟต์ ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่ทำหน้าที่ในทางกลไกโดยตรงที่จะสั ่งให้วาล์ว เปิด-ปิด โดยมีการคิดค้นหลายวิธีที่จะแปรผันการเปิดวาล์วโดยทำ กันที่แคมชาฟต์

1 ในวิธีนั้น คือ การใช้แคมชาฟต์และลูกเบี้ยวเหมือนปกติ แต่ไปเพิ่มอุปกรณ์พิเศษที่หัวด้านหน้าสุดของแคมชาฟต์ ทำหน้าที่เยื้องไปมาแปรผันกับตำแหน่งของข้อเหวี่ยง ให้แคมชาฟต์เริ่มเปิดวาล์วก่อนหรือล่าช้าไปจากปกติให้้เหมาะสมกับรอบสูงรอบต่ำของเครื่องยนต์ เมื่อเปรียบเทียบกับการเปิดวาล์วปกติที่ต้องสัมพันธ์ กับตำแหน่ง ของข้อเหวี่ยง การเยื้องหรือแปรผันช่วงเวลาด้วยชุดหัวแคมชาฟต์แบบพิ เศษนี้ จะถูกควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ รับข้อมูลและสถานะต่างๆ ของเครื่องยนต์และรถยนต์มาประมวลผล แล้วสั่งให้หัวแคมชาฟต์เกิดการเยื้องไปมาอย่างฉับไว แปรผันอย่างเหมาะสมตามรอบของเครื่องยนต์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด เวลาโดยอัตโนมัติ เช่น ระบบ VVT-i ของโตโยต้า

ผู้ขับจะไม่ทราบอาการเปลี่ยนแปลงนั้นเลย รอบเครื่องยนต์ไม่มีกระตุก การตอบสนองของกำลังเครื่องยนต์ดีเยี่ยมโดยที่ไม่มีอาการกระชาก ไอเสียสะอาดมลพิษต่ำ แม้แต่จ้องมองรอบของเครื่องยนต์บนมาตรวัด ก็จะไม่ทราบถึงการแปรผันการเปิดวาล์วนั้นเลย ทุกอย่างเป็นไปอย่างนุ่มนวลและทำงานอย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ ผู้ขับไม่ต้องกดปุ่มปรับเปลี่ยน ไม่ต้องสั่งงาน เพราะระบบควบคุมจะทำเองทั้งหมด

การแปรผันการเปิด-ปิดวาล์วไอดี ในการหายใจเข้าของเครื่องยนต์ มีความจำเป็นมากกว่าด้านวาล์วไอเสียที่หายใจออก ซึ่งไอเสียจะมีแรงดันไหลออกไปเองเป็นส่วนใหญ่ ระบบนี้จึงมักจะใช้กับชุดวาล์วไอดีเท่านั้น โดยจะเป็นการแปรผันเฉพาะช่วงเวลาที่จะเริ่มต้นเปิดไล่ไปจนถึงปิด โดยความนานและระยะยกของการเปิดวาล์วยังเท่าเดิม เพราะใช้ลูกเบี้ยวเดิมชุดเดียว แต่มีหัวแคมชาฟต์แบบพิเศษที่เยื้องไปมาได้ ซึ่งก็เหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วไปแล้ว

นอกจากนั้นโตโยต้า ยังมีระบบที่เหนือชั้นขึ้นไปอีก คือ ระบบ VVTL-i = VARIABLE VALVE TIMING AND LIFT-INTELLIGENCE
คือ แท่งแคมชาฟต์จะมีลูกเบี้ยวเพิ่มขึ้น และมีระบบกระเดื่องกดวาล์วแบบพิเศษเพิ่มขึ้นมา คอยสลับชุดลูกเบี้ยวใช้งานในแต่ละรอบ ในช่วงเครื่องยนต์หมุนรอบต่ำถึงปานกลางใช้ลูกเบี้ยวช ุดหนึ่ง พอเข้าสู่ช่วงรอบสูงก็สลับกระเดื่องไปใช้ลูกเบี้ยวอี กชุดหนึ่งใ นการเปิดวาล์ว ใช้ในรถสปอร์ต เช่น เซลิก้า เปรียบเทียบกับระบบอื่น

ระบบแปรผันการเปิดวาล์ว แยกได้เป็น 3 แบบหลักไล่จากความยุ่งยากและผลที่ได้จากได้ผลดีน้อยไปมาก คือ
1. แปรผันช่วงเวลา แต่ความนานและระยะยกเท่าเดิม ใช้ลูกเบี้ยวเดิม โดยไปเยื้องกันที่หัวแคมชาฟต์ เช่น VVT-i, VANOS
2. แปรผันทั้งหมด ทั้งช่วงเวลา ความนาน และระยะยก โดยเปลี่ยนลูกเบี้ยวไปเลย ใช้ระบบกระเดื่องพิเศษคอยสลับลูกเบี้ยว เช่น VTEC, MIVEC
3. แปรผันทั้งหมดและเยื้องช่วงเวลา นำแบบ 1 ทำงานร่วมกับแบบ 2 คือ เยื้องที่หัวแคมชาฟต์และสลับลูกเบี้ยวด้วยกระเดื่องพ ิเศษ เช่น i-VTEC, VVTL-i
ระบบ VVT-i จัดอยู่ในแบบแรก คือ เยื้องที่หัวแคมชาฟต์เท่านั้น ให้ผลดีน้อยที่สุดใน 3 แบบ แต่ก็มีความยุ่งยากน้อยที่สุด และมีหลายยี่ห้อนิยมใช้ เพราะความง่ายแต่ได้ผลดีพอสมควรนั่นเอง

สรุปง่ายๆ กับการแปรผันการเปิด-ปิดวาล์ว ก็เหมือนคนที่หายใจได้หลายแบบในแต่ละสภาวะที่แตกต่างกัน ทำให้เครื่องยนต์ได้ความสมบูรณ์ในการทำงานทุกช่วงนั่นเอง แต่มีหลายรูปแบบการทำงาน ไม่ใช่เห็นว่าแปรผันได้แล้วจะดีเท่ากันหมดต้องดูว่าแปรผันแบบใดแค่ไหน
VVT-I (Variable Valve Timing – intelligent) ระบบ การทำงานของเครื่องยนต์ VVT-I ถูกสั่งงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งสามารถเรียนรู้สภาพการขับขี่ของคุณได้โดยอัตโนมัติ ด้วยการควบคุมจังหวะการเปิด-ปิดวาล์วที่สอดคล้องกับสภาวะการทำงาน เครื่องยนต์ VVT-I จะเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์ทั้งหมดในทุกรอบการทำงานของเครื่องยนต์ให้ดีและราบรื่นขึ้น เมื่อต้องการกำลังงานที่มากขึ้นเพื่อเร่งแซง ช่วงเวลา เปิด-ปิดวาล์ว (Timing) จะถูกปรับเปลี่ยนเพื่อให้มีแรงบิดเพิ่มขึ้น และเมื่อต้องการกำลังงานน้อยลง มันจะเปลี่ยนช่วงเวลาเปิด-ปิดวาล์ว (Timing) เพื่อประหยัดน้ำมัน โดยไม่ต้องอาศัยการกดปุ่มหรือคันบังคับใดๆ การทำงานทั้งหมดข้างต้นจะส่งผลให้ไอเสียสะอาดขึ้น
เทคโนโลยีใหม่

เครื่องยนต์ VVT - i โตโยต้า ได้พัฒนาระบบ VVT - i (Variable Valve Timing - Intelligent) โดยรวบรวมทั้งหมดของระบบควบคุมเครื่องยนต์เพื่อให้บรรลุในระดับ สูงของ "กำลังเครื่องยนต์สูงสุด" "ประหยัดเชื้อเพลิง" และมลพิษต่ำ

VVT - i ทำให้ Valve Timing เปลี่ยนแปลงได้อย่างไร
ระบบ VVT - i ใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมกลไกอย่างต่อเนื่องตามรอบความเร ็วเพื่อปรั บจังหวะการ เปิด - ปิด ของวาล์วไอดี ให้สอดคล้องกับสภาวะการทำงานของเครื่องยนต์ โดยได้รับคำสั่งจากแป้นเหยียบคันเร่งที่กดโดยผู้ขับข ี่และรอบขอ งเครื่องยนต์ จึงให้การตอบสนอง ทำให้สมรรถนะของเครื่องยนต์จากช่วงความเร็วต่ำถึงรอบ ความเร็วสู งมีอัตราเร่งที่รุนแรง

VVT - i Control จังหวะ การเปิด-ปิดวาล์ว ที่สอดคล้องกับสภาวะการทำงานเครื่องยนต์ VVT - i จะเพิ่มสมรรรถนะของเครื่องยนต์ทั้งหมดให้ดีขึ้นโดยอา ศัยพื้นฐาน จากรอบเครื่องยนต์หรือมุมการเปิดของลิ้นเร่งที่เปิดเ มื่อต้องกา รกำลังงานที่เพิ่มมากขึ้น โดยจะเปลี่ยนช่วงเวลาเปิด - ปิดวาล์ว (Timing) เพื่อให้แรงบิดเพิ่มมากขึ้น และเมื่อต้องการลดลงมันจะเปลี่ยนช่วงเวลาเปิด - ปิดวาล์ว (Timing) เพื่อประหยัดน้ำมัน และแก๊สไอเสียที่สะอาดขึ้น
VVT - i จะบรรลุการให้กำลังสูงสุด กินน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำ และแก๊สไอเสียที่สะอาด โดยใช้สภาวะของการทำงานของ "รอบเดินเบา" การขับขี่ปกติ และขับขึ้นเนินหรือการเร่ง เป็นตัวอย่างการควบคุมของ VVT - i
รอบเดินเบาระหว่างรอบเดินเบาเครื่องยนต์ไม่จำเป็นต้อ งใช้กำลัง เพื่อการขับเครื่องรถยนต์ สมรรถนะที่ต้องการของเครื่องยนต์ ระหว่างรอบเดินเบาคือการทำงานที่คงที่กับการสั่นสะเทือนต่ำ และกินน้ำมันเชื้อเพลิงน้อย

เครื่องยนต์ระบบวาล์วอัจฉริยะ VVT-i
เครื่องยนต์ VVT-I เทคโนโลยีใหม่ที่จะทำให้การขับขี่ของคุณสนุกขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากในอดีตนั้นการออกแบบเครื่องยนต์จะต้องเลือก ระหว่างเครื่องยนต์ที่ให้การตอบสนองได้ดีที่รอบเครื่องยนต์ต่ำ (การออกตัว) หรือที่รอบเครื่องยนต์สูง (รอบการเร่งแซง) การทำงานของเครื่องยนต์ในรอบต่ำ ต้องการแรงเฉื่อยของไอดีเข้าช่วย ระยะเวลาการเปิดวาล์วไอดีต้องสั้น ในทางตรงกันข้ามขณะที่เครื่องยนต์ทำงานในรอบสูง ต้องการการประจุไอดีให้มากจึงต้องอาศัยระยะเวลาการเปิดวาล์วไอดีที่นานขึ้น ดังนั้นการออกแบบเครื่องยนต์แต่ละเครื่องจำเป็นต้องเลือกด้านใด ด้านหนึ่งเท่านั้น เช่น เครื่องยนต์ที่ให้การตอบสนองได้ดีในรอบเครื่องยนต์ต่ำก็ไม่สามารถถ่ายทอดสมรรถนะได้อย่างเต็มที่ในการทำงานที่รอบสูง

วันนี้ เครื่องยนต์ที่มีระบบวาล์วอัจฉริยะ VVT-I (Variable Valve Timing – intelligent) ของโตโยต้า จึงได้รับความสนใจจากผู้ใช้รถยนต์อย่างมาก เนื่องจากระบบการทำงานของเครื่องยนต์ VVT-I ถูกสั่งงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งสามารถเรียนรู้สภาพการขับขี่ของคุณได้โดยอัตโนมัติ ด้วยการควบคุมจังหวะการเปิด-ปิดวาล์วที่สอดคล้องกับสภาวะการทำงาน เครื่องยนต์ VVT-I จะเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์ทั้งหมดในทุกรอบการทำงานของเครื่องยนต์ให้ดีและราบรื่นขึ้น เมื่อต้องการกำลังงานที่มากขึ้นเพื่อเร่งแซง ช่วงเวลา เปิด-ปิดวาล์ว (Timing) จะถูกปรับเปลี่ยนเพื่อให้มีแรงบิดเพิ่มขึ้น และเมื่อต้องการกำลังงานน้อยลง มันจะเปลี่ยนช่วงเวลาเปิด-ปิดวาล์ว (Timing) เพื่อประหยัดน้ำมัน โดยไม่ต้องอาศัยการกดปุ่มหรือคันบังคับใดๆ การทำงานทั้งหมดข้างต้นจะส่งผลให้ไอเสียสะอาดขึ้น ปัจจุบัน เทคโนโลยี VVT-I ได้ถูกนำมาใช้กับรถยนต์โตโยต้า โซลูน่า วีออส โคโรลล่า อัลติส และ คัมรี่ เทคโนโลยีเครื่องยนต์เบนซินเพื่อสิ่งแวดล้อม

การพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์เบนซินที่ทำให้ไอเสียที่เกิดขึ้นมีมลพิษต่ำ ซึ่งสามารถทำได้ 2 แนวทาง ดังนี้ 1. การปรับให้ไอเสียที่ถูกปล่อยสะอาดขึ้น (After – treatment Devices)
เป็นการคิดค้นระบบกลไกที่จะบำบัดให้ไอเสียมีความสะอา ดก่อนถูกปล ่อยออกสู่
ชั้นบรรยากาศ อาทิ ระบบ แคตาลิติก คอนเวอร์เตอร์ แบบ 3 ทาง (3 – Way Catalytic Converters) สามารถลดค่าก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ ไฮโดรคาร์บอน และไนโตรเจนออกไซด์ และทำให้เครื่องยนต์มีสมรรถนะดีขึ้น ประหยัดน้ำมันมากขึ้น ซึ่งโตโยต้าเริ่มนำมาใช้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 โดยมีการพัฒนาให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและนำมาใช้จริง จนกระทั่งปัจจุบัน
2. การควบคุมการเผาไหม้ภายในของเครื่องยนต์ (Combustion Control) เป็นการออกแบบระบบการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไอเสียสะอาดขึ้น ได้แก่
• ระบบการเผาไหม้เจือจาง (Lean Burn) ซึ่งโตโยต้าเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่คิดค้นระบบนี้ในปี พ.ศ. 2527 โดยอัตราส่วนการผสมระหว่างอากาศกับน้ำมันที่ใช้ในห้องเผาไหม้ หรือที่เรียกว่า ไอดี อยู่ระหว่าง 22-23 : 1 ขณะที่เครื่องยนต์เบนซินทั่วไปอยู่ที่ 14.5 : 1 จึงให้ไอเสียที่สะอาดและมีความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเต็มที่ เครื่องยนต์ระบบการเผาไหม้เจือจางนี้ได้รับการยอมรับอย่างสูง โดยมีจำนวนการผลิตสะสมอยู่ถึง 350,000 เครื่อง ในปี พ.ศ. 2539
• ระบบวาล์วอัจฉริยะ VVT – i (Variable Valve Timing – intelligent System) ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ในรถยนต์รุ่นคัมรี่ โคโรลล่า อัลติส และโซลูน่า วีออส โดยระบบนี้จังหวะการเปิด-ปิดของวาล์วไอดี (ระยะเวลาการเปิด-ปิดวาล์ว) จะแปรผันสัมพันธ์กับรอบเครื่องยนต์และสภาวะการขับขี่ โดยการควบคุมของสมองกลอัจฉริยะ หรือ ECU ช่วยให้การเผาไหม้มีความสมบูรณ์ ซึ่งนอกจากสมรรถนะจะดีแล้วยังทำให้ประหยัดน้ำมันอีกด้้วย

• ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง หรือ D-4 (Direct Injection
Gasoline) เป็นเทคโนโลยีที่โตโยต้าเริ่มนำมาใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 ด้วยการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านปั๊มแรงดันสูงเข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง ซึ่งผสานการทำงานกับระบบวาล์วอัจฉริยะ VVT-i เรียกได้ว่าเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกของโลกที่คิดค้นเครื่องยนต์ ที่สามารถเผาไหม้ด้วยไอดีบางในอัตราส่วน 50 : 1 ได้สำเร็จ โดยใช้น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วทั่วไป ทำให้เครื่องยนต์มีการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และเพิ่มความประหยัดน้ำมันอย่างสูงสุด ดีกว่าเครื่องยนต์ธรรมดาขนาดเดียวกันถึง 30% (จากการทดสอบในโหมด 10/15 ของญี่ปุ่น)
นอกจากเทคโนโลยีทั้ง 3 ระบบนี้ โตโยต้ายังออกแบบชิ้นส่วนเครื่องยนต์ให้มีการเสียดสี น้อยลงในขณะทำงาน ลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการทำงานให้ดีขึ้น และอัตราความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงลดลง บทพิสูจน์ถึงความทุ่มเทใน การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมคือ เครื่องยนต์ของโตโยต้าได้รับการยอมรับและสามารถผ่านมาตรฐานควบคุมมล พิษในไอเสียที่เข้มงวดในทุกภูมิภาคทั่วโลก ในเมืองไทยเครื่องยนต์เบนซินระบบวาล์วอัจฉริยะ VVT-i สามารถผ่านมาตรฐานควบคุมมลพิษในไอเสียระดับ 7 ที่ยังไม่ประกาศใช้ และดีกว่ามาตรฐานปัจจุบันกว่า 80% (มาตรฐานไอเสียระดับ 6 หรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 1870/2542)

เครดิต
http://www.skoolbuz.com/library/content/228
bus857 Offline

สมาชิกฯ ขั้นที่ 1
สมาชิกฯ ขั้นที่ 1
 
Posts: 12
Joined: Mon May 16, 2011 9:31 am


Postby theking » Wed Jun 10, 2015 2:52 pm

[url=https://s4p4.com/gclub-online.html]gclub[/url][url=https://s4p4.com/goldenslot-online.html]goldenslot[/url]
theking Offline

สมาชิกฯ ขั้นที่ 1
สมาชิกฯ ขั้นที่ 1
 
Posts: 0
Joined: Wed Jun 10, 2015 2:48 pm


Previous

Return to แหล่งความรู้ / Knowledge

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 4 guests