www.vios-club.com

 



การใช้งานเกียร์อัตโนมัติให้ถูกต้อง เพื่อยืดอายุการใช้งาน

ข้อมูลด้านเทคนิครวมถึงการบำรุงรักษารถ วิธีการปรับแต่งรถ วิธีการซ่อมบำรุงเบื้องต้น
Re: การใช้งานเกียร์อัตโนมัติให้ถูกต้อง เพื่อยืดอายุการใช้งาน

Postby มังกร » Thu Apr 08, 2010 9:31 am

[quote="soi62"]มือใหม่ขออนุญาตเสริม...

ทางปกติ..
กรณีที่เราพึ่งออกตัว ตอนที่จะเปลี่ยนจาก N > D ควรเหยียบเบรคไว้กันเหนียว ไม่งั้นจูบก้นรถหน้าหรือประตูบ้านแน่
กรณีติดไฟแดงนิดหน่อยหรือลดความเร็ว ไม่ควรเปลี่ยนเป็น N เพราะ Auto ไม่ใช่ Manual ใช้เหยียบเบรคดีกว่า
กรณีที่ติดไฟแดงนานๆ หรือจอดรถชั่วคราว ใช้ N+เบรคมือ ถ้า P เวลามีรถมาชนท้ายเกียร์เราจะพังได้
สุดท้ายคือจอดดับเครื่องเลย ถึงที่ทำงานหรือกลับบ้าน ใส่ P ระบบเกียร์จะล็อค
*ทำแบบนี้ อายุการใช้งานคงจะนานขึ้นกว่าเก่ามากครับ...

ทางลาดชัน..
ลาดชันไม่มาก ขับไม่เกิน 100Km/h ก็ D2 เช่นเกาะช้างเป็นต้น รถวิ่งสองเกียร์แรงจะมากกว่าปกติ
ลาดชันมากๆ ขับไม่เกิน 60Km/h ก็ D1 เช่นที่เขาคิชฌผมฏ รถจะวนเกียร์เดียว แรงมหาศาลแต่วิ่งช้า
ถ้าทางปกติก็ D3 พอครับ..

*แชร์ความรู้ส่วนตัว.. เพื่อรถจะได้อยู่กับทุกท่านไปนานๆครับ[/quote]
มังกร Offline


User avatar
นักโพสไฟแรง # 4
นักโพสไฟแรง # 4
 
Posts: 1408
Joined: Sun Feb 28, 2010 1:12 am
Location: Differ สุงสิง สุราด คอนถม


Postby มังกร » Thu Apr 08, 2010 9:33 am

[quote="soi62"]มือใหม่ขออนุญาตเสริม...

ทางปกติ..
กรณีที่เราพึ่งออกตัว ตอนที่จะเปลี่ยนจาก N > D ควรเหยียบเบรคไว้กันเหนียว ไม่งั้นจูบก้นรถหน้าหรือประตูบ้านแน่
กรณีติดไฟแดงนิดหน่อยหรือลดความเร็ว ไม่ควรเปลี่ยนเป็น N เพราะ Auto ไม่ใช่ Manual ใช้เหยียบเบรคดีกว่า
กรณีที่ติดไฟแดงนานๆ หรือจอดรถชั่วคราว ใช้ N+เบรคมือ ถ้า P เวลามีรถมาชนท้ายเกียร์เราจะพังได้
สุดท้ายคือจอดดับเครื่องเลย ถึงที่ทำงานหรือกลับบ้าน ใส่ P ระบบเกียร์จะล็อค
*ทำแบบนี้ อายุการใช้งานคงจะนานขึ้นกว่าเก่ามากครับ...

ทางลาดชัน..
ลาดชันไม่มาก ขับไม่เกิน 100Km/h ก็ D2 เช่นเกาะช้างเป็นต้น รถวิ่งสองเกียร์แรงจะมากกว่าปกติ
ลาดชันมากๆ ขับไม่เกิน 60Km/h ก็ D1 เช่นที่เขาคิชฌผมฏ รถจะวนเกียร์เดียว แรงมหาศาลแต่วิ่งช้า
ถ้าทางปกติก็ D3 พอครับ..

*แชร์ความรู้ส่วนตัว.. เพื่อรถจะได้อยู่กับทุกท่านไปนานๆครับ[/quote]

ขอบคุณคร้าบ
มังกร Offline


User avatar
นักโพสไฟแรง # 4
นักโพสไฟแรง # 4
 
Posts: 1408
Joined: Sun Feb 28, 2010 1:12 am
Location: Differ สุงสิง สุราด คอนถม


Postby tree_tap1 » Tue Apr 27, 2010 10:46 am

ขอบคุณครับ
tree_tap1 Offline

สมาชิกฯ ขั้นที่ 1
สมาชิกฯ ขั้นที่ 1
 
Posts: 3
Joined: Sun Apr 25, 2010 12:09 am


Postby PAE-Aladin » Mon May 10, 2010 9:28 pm

ความรู้ดี จริง ๆ up ให้คับ
PAE-Aladin Offline


User avatar
สมาชิกฯ ขั้นที่ 1
สมาชิกฯ ขั้นที่ 1
 
Posts: 77
Joined: Fri May 07, 2010 1:54 am
Location: Khonkaen - Zone


Postby senee » Thu May 27, 2010 4:28 pm

ตายละ 5ปีผ่านไป กระทู้ของผมยังห้อยอยู่หรือนี่ .....
senee Offline

สมาชิกฯ ขั้นที่ 1
สมาชิกฯ ขั้นที่ 1
 
Posts: 11
Joined: Thu May 08, 2008 4:56 pm
Location: หาดใหญ่


Postby TEA45 » Wed Nov 03, 2010 7:23 pm

ได้ความรู้มากครับ ขอบคุณครับ
TEA45 Offline

สมาชิกฯ ขั้นที่ 1
สมาชิกฯ ขั้นที่ 1
 
Posts: 11
Joined: Wed Jul 28, 2010 3:45 pm


Postby jaturatep » Fri Dec 03, 2010 9:55 pm

[quote="PAE-Aladin"]ความรู้ดี จริง ๆ up ให้คับ[/quote]
+1
jaturatep Offline


User avatar
นักโพสไฟแรง # 5
นักโพสไฟแรง # 5
 
Posts: 2822
Joined: Mon Apr 19, 2010 2:55 am
Location: KHON - WAN ZONE CLUB


Postby blueside » Sun May 15, 2011 5:58 pm

[quote="กร"]แต่ว่า ถ้าเหยียบเบรกค้างไว้นานๆ ในขณะที่เข้าเกียร์ D จะทำให้เบรกสึกมาขึ้นรึเปล่า คลัชก็หมดไวด้วยหรือไม่ และอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้นมั้ย ถ้าเกิดเผลอปล่อยเบรกขึ้นมา

ผมขับโดยใช้เหมือนเกียร์ธรรมดาเลย คือ เวลาใกล้ๆ จะถึงไฟแดง เห็นว่ารถติด ผมผลักเกียร์ไปที่เกียร์ N เลย แล้วก็ค่อยๆ แตะเบรก ถ้าเกิดรถยังไม่หยุดแล้วไปต่อได้ ก็เปลี่ยนมาเป็นเกียร์ D เลยเหมือนกัน ถ้าจะเร่งแซงแล้วไม่มี overdrive (รถรุ่นอื่นๆ เช่น Altis) ผมก็เปลี่ยนเป็นเกียร์ 3 เลย ขณะที่ขับอยู่ เช่น ตอนขึ้นสะพานแขวน แล้วต้องการลดเกียร์ลง ก็จะเปลี่ยนเลย ไม่ค่อยทำ kick down เท่าที่สังเกตุ ผมขับแบบนี้ก็ประหยัดน้ำมันกว่า คนอื่นที่ใช้ kick down ด้วย คือมีพี่คนนึงขับ sefera ไปหาดใหญ่ เค้าต้องเติมน้ำมันแบบเต็มถัง 2 รอบ แต่ว่ามีพี่อีกคน(ซึ่งแนะนำให้ผมขับแบบนี้) เค้าขับรถคันเดียวกันนี้ แต่ไปเติมน้ำมันรอบเดียวที่หาดใหญ่เลย

มีใครขับลักษณะคล้ายๆ ผมบ้างครับ พอดีว่าพี่เค้าแนะนำมาก็เลยขับแบบนี้ แล้วก็รู้สึกว่า รถไม่ผิดปกติ และที่ชอบก็คือเวลาจะเบรก จะออกตัว รถจะ smooth กว่า หยุดแล้วเปลี่ยนเกียร์ (ซึ่งจะกระตุกนิดหน่อย)[/quote]

ขับแบบที่ว่ามานี่ เกียร์พังแน่นอนครับ
blueside Offline


User avatar
สมาชิกฯ ขั้นที่ 1
สมาชิกฯ ขั้นที่ 1
 
Posts: 24
Joined: Thu Mar 17, 2011 12:52 am
Location: ฝั่งธน


Postby blueside » Sun May 15, 2011 6:00 pm

[quote="กร"]แต่ว่า ถ้าเหยียบเบรกค้างไว้นานๆ ในขณะที่เข้าเกียร์ D จะทำให้เบรกสึกมาขึ้นรึเปล่า คลัชก็หมดไวด้วยหรือไม่ และอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้นมั้ย ถ้าเกิดเผลอปล่อยเบรกขึ้นมา

ผมขับโดยใช้เหมือนเกียร์ธรรมดาเลย คือ เวลาใกล้ๆ จะถึงไฟแดง เห็นว่ารถติด ผมผลักเกียร์ไปที่เกียร์ N เลย แล้วก็ค่อยๆ แตะเบรก ถ้าเกิดรถยังไม่หยุดแล้วไปต่อได้ ก็เปลี่ยนมาเป็นเกียร์ D เลยเหมือนกัน ถ้าจะเร่งแซงแล้วไม่มี overdrive (รถรุ่นอื่นๆ เช่น Altis) ผมก็เปลี่ยนเป็นเกียร์ 3 เลย ขณะที่ขับอยู่ เช่น ตอนขึ้นสะพานแขวน แล้วต้องการลดเกียร์ลง ก็จะเปลี่ยนเลย ไม่ค่อยทำ kick down เท่าที่สังเกตุ ผมขับแบบนี้ก็ประหยัดน้ำมันกว่า คนอื่นที่ใช้ kick down ด้วย คือมีพี่คนนึงขับ sefera ไปหาดใหญ่ เค้าต้องเติมน้ำมันแบบเต็มถัง 2 รอบ แต่ว่ามีพี่อีกคน(ซึ่งแนะนำให้ผมขับแบบนี้) เค้าขับรถคันเดียวกันนี้ แต่ไปเติมน้ำมันรอบเดียวที่หาดใหญ่เลย

มีใครขับลักษณะคล้ายๆ ผมบ้างครับ พอดีว่าพี่เค้าแนะนำมาก็เลยขับแบบนี้ แล้วก็รู้สึกว่า รถไม่ผิดปกติ และที่ชอบก็คือเวลาจะเบรก จะออกตัว รถจะ smooth กว่า หยุดแล้วเปลี่ยนเกียร์ (ซึ่งจะกระตุกนิดหน่อย)[/quote]



ขับแบบด้านบนเกียร์พังแน่นอนครับ
blueside Offline


User avatar
สมาชิกฯ ขั้นที่ 1
สมาชิกฯ ขั้นที่ 1
 
Posts: 24
Joined: Thu Mar 17, 2011 12:52 am
Location: ฝั่งธน


Postby blueside » Sun May 15, 2011 6:01 pm

...
blueside Offline


User avatar
สมาชิกฯ ขั้นที่ 1
สมาชิกฯ ขั้นที่ 1
 
Posts: 24
Joined: Thu Mar 17, 2011 12:52 am
Location: ฝั่งธน


Postby degdee2011 » Thu May 19, 2011 1:45 pm

โปรแกรมเกียร์ เรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

ความจริงแล้วแค่ทำให้รถเดินหน้าถอยหลังนั้น ถือว่าเป็นเพียงข้อพื้นฐานมากของการเลือกใช้รถเกียร์ออโต้ เพราะโปรแกรมเกียร์ที่ใส่มาให้มากมายนั้นถือว่าเป็นของที่มีประโยชน์ที่ต้อง ใช้ให้ถูกตามสถานการณ์การขับขี่ด้วย

โดยมากโปรแกรมเกียร์ที่หลายคนมองข้ามไปนั้น คงไม่พ้น 2 และ L ซึ่ง บางคนซื้อรถมาแทบไม่ได้ใช้งานเลยก็เป็นไปได้ ทั้งที่ตำแหน่งเกียร์ทั้ง 2 นี้ล้วนมีความสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อคุณกำลังมองรถเกียร์อัตโนมัติในการใช้งานในเขตเมือง

ตามปกติแล้วการใช้งานระบบเกียร์อัตโนมัตินั้น ตำแหน่ง L จะแทนการใช้ตำแหน่งเกียร์ 1 เท่า นั้น ซึ่ง จะมีผลดีในเวลาที่คุณผจญกับสภาวะการจราจรติดขัดและค่อยๆกระดื๊บๆ ไปข้างหน้า และในอีกกรณีที่สำคัญนั้นคือ การขึ้นทางชัน ซึ่งการที่เราเลือกเกียร์ L นั้นจะช่วยให้ง่ายยิ่งขึ้นในการไต่เนินสูง และยังช่วยในการหน่วง เวลาเราลงทางลาดชัน ในทางกลับกันด้วย

สำหรับตำแหน่ง 2 นั้น เป็นการแทนการสับเกียร์ ขึ้น เพียง 2 เกียร์ ซึ่งบางคนไม่แน่ใจว่าต้องใช้งานที่ไหนกันแน่ ตำแหน่งเกียร์ 2 นั้น จะมีประโยชน์อย่างมากเมื่อคุณขับรถในซอย เพราะ การที่เราใช้เกียร์ 2 ตำแหน่ง ทำให้สามารถหยุดรถยามฉุกเฉินได้ไวกว่าการใช้ตำแหน่ง D ที่จะขึ้นเกียร์ทั้งหมด แต่การใช้ตำแหน่งนี้ ต้องใช้วิจารณญาณของคนขับกับเส้นทางร่วมด้วย

จอดหยุดนิ่งนาน..ต้องเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์
นี่เป็นหนึ่งคำถามที่เถียงกันไม่รู้จบ โดยเฉพาะหลายคนที่ขับรถในเมืองที่สงสัยว่า เมื่อรถติดหยุดนิ่งจะต้องปลดตำแหน่งเกียร์สลับเป็น N >>D หรือไม่
มีคนจำนวนมากคิดว่า นี่ไม่ใช่เรื่องสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อยามรถติด เพราะอีกเดี๋ยวรถก็ขยับ และคิดว่าไม่มีผลเสียจะเกิดขึ้น แต่ความจริงแล้ว การเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ D >>>N ช่วยในการประหยัดน้ำมันด้วยส่วนหนึ่ง เพราะรอบเครื่องจะมีการเดินรอบลดลงเล็กน้อยด้วย ในขณะที่ตัว Torque convertor ในชุดเกียร์ถูกถอนไม่ส่งกำลัง ซึ่งการที่เราใส่ตำแหน่ง N ทุกครั้งที่รถติด หรือหยุดนิ่งเกิน 1 นาที นั้นนอกจากจะช่วยเรื่องประหยัดแล้ว ยังช่วยในเรื่องค่าบำรุงรักษาระบบเกียร์ที่ยืดอายุการใช้งานของเบรคในระบบ เกียร์ และคลัทช์ในตัว torque convertor ด้วย
degdee2011 Offline


User avatar
สมาชิกฯ ขั้นที่ 1
สมาชิกฯ ขั้นที่ 1
 
Posts: 53
Joined: Wed Apr 27, 2011 3:19 pm


Postby bus857 » Wed Jun 15, 2011 11:41 am

ผมก็ใช้ ออโต้คับ จะลองทำตามที่แนะนำกันมาคับ
bus857 Offline

สมาชิกฯ ขั้นที่ 1
สมาชิกฯ ขั้นที่ 1
 
Posts: 12
Joined: Mon May 16, 2011 9:31 am


Postby totti_fang » Thu Jul 21, 2011 9:48 am

[quote="raveeth"]หากอยู่ D รถไหลไปแล้วเปลี่ยนเป็น N จะเกิดความร้อนขึ้นในชุดเกียร์ครับ หากระยะทางยาวๆ รถมาเร็วๆ จะทำให้น้ำมันเกียร์ร้อนจัดได้ และเสียเร็ว[/quote]

ของผมโดนบอยจากคนข้างๆ วิ่งอยู่ดีๆก็มาโดนเกียร์สับไป N บ่อยเหมือนกัน หรือไม่ก็จากเด็ก เซ็ง.........
totti_fang Offline


User avatar
สมาชิกฯ ขั้นที่ 2
สมาชิกฯ ขั้นที่ 2
 
Posts: 141
Joined: Mon Nov 15, 2010 5:20 pm
Location: Bangplee Samutprakarn


Postby oo60 » Fri Sep 23, 2011 1:57 am

เก็บไว้เปงความรู้คับ
oo60 Offline


User avatar
สมาชิกฯ ขั้นที่ 4
สมาชิกฯ ขั้นที่ 4
 
Posts: 375
Joined: Sat Aug 20, 2011 2:39 am


Postby ihererank » Thu Dec 29, 2011 11:00 am

ส่วนตัวผม นะ ขับรถในกรุงเทพ รถติดๆ ผมสับลงมา 2 ตลอด เพราะ เข้า D พอเราปล่อยคันเร่ง เหมือนรถมันไหลๆ พิกล พอเราเหยียบคันเร่ง รถกระตุก เลย

แล้วอีกอย่าง คิ๊กดาว มันมาช้ามาก บางที ชุกลหุก คิ๊กดาวไม่มา อันตรายนะครับ

ผมอาศัย สับเลย จาก D ตบ เข้า 3 ยังไม่ได้ ตบลง 2 แล้วผมค่อยๆ ตบขึ้น ไป 3 แล้วเข้า D ขับต่อไปครับ

เกียร์ ออโต้ ต้องกะจังหว่ะเยอะ ผมก็พึ่งเคยได้ใช้เกียร์ ออโต้ กับวีออส ครั้งแรก

ก่อนหน้านี้ ขับซีวิค ตาโตเกียร์ ธรรมดา

ผมใช้วิธี สับเอาตลอด ทำคิ๊ดดาวทีไร ไม่เคยได้แซงซักที

แล้วช่วงรถติดนะ ผม ยัด 2 ไว้ รถมันหน่วงๆ ขับง่ายกว่า เข้า D เยอะครับ ไม่เชื่อ ลองดู มันไม่ไหลเหมือน เข้า D

สุดท้ายแล้ว ผมก็ไม่ได้ บอกว่าแบบ ของผมถูก แค่มาบอก แนวทางเฉยๆ ครับ ผมคิดว่า แบบนี้ ปลอดภัยกับชีวิตผมมากกว่า

ไม่ต้อง คิ๊กดาว รอลุ้น มันจะทด เกียร์ ให้ตอนไหน มั่นใจกว่า คิ๊กดาวเยอะ

ย้ำนะครับ ว่า ปลอดภัยสำหรับชีวิตผม แต่กับเกียร์ ผมไม่รู้ ถึงเวลา เราก็ต้องซ่อม เอาชีวิตปลอดภัยดีกว่า ครับ
ihererank Offline


User avatar
สมาชิกฯ ขั้นที่ 3
สมาชิกฯ ขั้นที่ 3
 
Posts: 213
Joined: Fri Sep 23, 2011 11:26 am
Location: Bangkok


Previous

Return to แหล่งความรู้ / Knowledge

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 3 guests